ข้อกำหนด 9.2 ของ ISO 9001 ระบุให้องค์กรต้องดำเนินการตรวจประเมินภายในตามช่วงเวลาที่วางแผนไว้ เพื่อให้ได้ข้อมูลว่าระบบบริหารคุณภาพสอดคล้องกับข้อกำหนดขององค์กรเองและของมาตรฐานหรือไม่ และมีการนำไปปฏิบัติและรักษาไว้อย่างมีประสิทธิผลหรือไม่ ทว่าในทางปฏิบัติจริง เราพบว่าองค์กรจำนวนไม่น้อยดำเนินการตรวจประเมินภายในในลักษณะพิธีกรรมมากกว่าเครื่องมือปรับปรุงองค์กรอย่างแท้จริง

ข้อผิดพลาดที่หนึ่ง: ผู้ตรวจประเมินขาดความเป็นอิสระ

มาตรฐานกำหนดชัดเจนว่าผู้ตรวจประเมินต้องไม่ตรวจงานของตนเอง แต่หลายองค์กรขนาดเล็กที่มีบุคลากรจำกัดมักมอบหมายให้พนักงานในแผนกเดียวกันตรวจประเมินกันเอง ทำให้ขาดความเป็นภาวะวิสัยในการค้นหาข้อบกพร่องที่แท้จริง แนวทางแก้ไขคือการจัดทำแผนตรวจแบบไขว้ระหว่างแผนก หรือพิจารณาใช้ผู้ตรวจประเมินภายนอกในกรณีที่บุคลากรมีจำกัด

ข้อผิดพลาดที่สอง: มุ่งเน้นเพียงความสอดคล้องของเอกสาร

การตรวจประเมินที่มีประสิทธิผลต้องตรวจสอบทั้ง "ความสอดคล้อง" และ "ประสิทธิผล" ของกระบวนการ ไม่ใช่เพียงตรวจว่ามีบันทึกครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในเอกสารหรือไม่ ผู้ตรวจประเมินที่ดีควรตั้งคำถามเชิงลึกว่ากระบวนการดังกล่าวช่วยให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์คุณภาพจริงหรือไม่

ข้อผิดพลาดที่สาม: ไม่มีการติดตามผลการปรับปรุง

ข้อบกพร่องที่พบจากการตรวจประเมินภายในจำนวนมากถูกปิดในระบบเพียงเพราะมีการดำเนินการแก้ไขเฉพาะหน้า โดยไม่มีการวิเคราะห์สาเหตุรากเหง้า (Root Cause Analysis) อย่างจริงจัง ส่งผลให้ปัญหาเดิมเกิดขึ้นซ้ำในรอบการตรวจถัดไป องค์กรที่มีวุฒิภาวะด้านคุณภาพสูงจะนำผลการตรวจประเมินภายในมาเป็นข้อมูลนำเข้าสำคัญสำหรับการประชุมทบทวนโดยฝ่ายบริหารอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงรายงานผ่าน ๆ