ในวงการอุตสาหกรรมอาหารระดับสากล คำว่า Good Hygiene Practice หรือ GHP ได้รับการนำมาใช้แทนที่ Good Manufacturing Practice หรือ GMP มากขึ้นเรื่อย ๆ ตามแนวทางของ Codex Alimentarius Commission หน่วยงานมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ ทว่าในบริบทของประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยังคงใช้คำว่า GMP เป็นหลักในการกำกับดูแลสถานที่ผลิตอาหารภายในประเทศ ผ่านประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 420 พ.ศ. 2563 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522
ความแตกต่างเชิงแนวคิด
ความแตกต่างสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวอักษร "M" กับ "H" เพียงผิวเผิน แต่อยู่ที่ขอบเขตของการควบคุม GMP แบบดั้งเดิมมุ่งเน้นที่ขั้นตอนการผลิตในโรงงานเป็นหลัก ขณะที่ GHP ขยายขอบเขตให้ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อาหาร (Food Chain) ตั้งแต่การเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ การเก็บเกี่ยว การเก็บรักษา การขนส่ง การแปรรูป การบรรจุ ไปจนถึงการค้าปลีกและการบริการอาหาร สะท้อนความเข้าใจว่าความปลอดภัยของอาหารไม่ได้เกิดจากโรงงานผลิตเพียงจุดเดียว แต่เกิดจากทุกขั้นตอนในห่วงโซ่
ความสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทย
สำหรับผู้ประกอบการที่ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารไปยังตลาดต่างประเทศ การทำความเข้าใจแนวคิด GHP มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากคู่ค้าและมาตรฐานสากลหลายฉบับ เช่น ISO 22000 และ BRCGS ได้นำหลักการ GHP มาเป็นพื้นฐานสำคัญของระบบ ผู้ประกอบการที่มีความเข้าใจแนวคิดนี้อย่างถ่องแท้จะสามารถยกระดับระบบจาก GMP ภายในประเทศไปสู่มาตรฐานสากลได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น
ข้อแนะนำเชิงปฏิบัติ
เราแนะนำให้ผู้ประกอบการเริ่มต้นจากการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ GMP 420 ให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายไทยกำหนดเป็นพื้นฐาน จากนั้นจึงค่อยขยายขอบเขตการควบคุมไปยังคู่ค้าต้นน้ำและปลายน้ำตามแนวคิด GHP เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขอรับรองมาตรฐานสากลในอนาคต
