เมื่อ BRCGS ประกาศใช้ Issue 9 สิ่งที่ผู้ประกอบการจำนวนมากตั้งข้อสังเกตคือการเพิ่มข้อกำหนดว่าด้วยวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหาร (Food Safety Culture) เข้าไปในส่วนของความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง ซึ่งเป็นแนวคิดที่วัดผลได้ยากกว่าข้อกำหนดเชิงเทคนิคที่คุ้นเคย เช่น อุณหภูมิการเก็บรักษาหรือขั้นตอนการทำความสะอาด
เหตุผลที่มาตรฐานให้ความสำคัญกับประเด็นนี้
ประสบการณ์การสอบสวนเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยอาหารครั้งใหญ่จำนวนมากทั่วโลกชี้ให้เห็นตรงกันว่า ต้นตอของปัญหามักไม่ได้มาจากการขาดความรู้ทางเทคนิค แต่มาจากวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่เอื้อให้พนักงานรายงานปัญหาอย่างตรงไปตรงมา หรือแรงกดดันด้านการผลิตที่ทำให้พนักงานเลือกที่จะมองข้ามขั้นตอนความปลอดภัยเพื่อให้ทันกำหนดเวลา
องค์ประกอบของวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารที่ดี
วัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารที่แข็งแกร่งประกอบด้วยองค์ประกอบหลายด้าน ได้แก่ การสื่อสารที่ชัดเจนและสม่ำเสมอจากผู้บริหารระดับสูงเกี่ยวกับความสำคัญของความปลอดภัยอาหาร การจัดสรรทรัพยากรที่เพียงพอโดยไม่มองความปลอดภัยอาหารเป็นเพียงต้นทุน การส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับกล้ารายงานปัญหาโดยไม่ต้องกลัวถูกลงโทษ และการวัดผลความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของพนักงานอย่างเป็นระบบ
แนวทางการประเมินในทางปฏิบัติ
ผู้ตรวจประเมิน BRCGS จะประเมินวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารผ่านการสัมภาษณ์พนักงานในหลายระดับ การสังเกตพฤติกรรมจริงในสายการผลิต และการตรวจสอบว่าแผนงานด้านวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารที่องค์กรจัดทำขึ้นมีความสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงหรือเป็นเพียงเอกสารที่จัดทำขึ้นเพื่อรองรับการตรวจเท่านั้น องค์กรที่ต้องการผ่านเกณฑ์นี้อย่างแท้จริงจึงต้องลงทุนเวลาในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงจัดทำเอกสารนโยบาย
